ดอกพุด ดอกรัก ดอกผกากรอง ใบแก้ว ดอกข่า ดอกมะลิ ดอกมะลุลี ดอกบานไม่รู้โรย ดอกเล็บมือนาง บานบุรี หงอนไก่ รักเร่ เฟื่องฟ้า มาร้อยเป็นพวงมาลัย โดยมักจะนำมาใช้กราบไหว้พระและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงนำไปไหว้ บิดามารดา ญาติผู้ใหญ่ ตามเทศกาลต่าง ๆ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เคยสำรวจพฤติกรรมการซื้อพวงมาลัยของคนกรุงเทพฯ พบว่า คนกรุงเทพฯ มีค่าใช้จ่ายในการซื้อพวงมาลัย 1 ปีตกอยู่ที่ 500 ล้านบาท
นอกจากพวงมาลัยสดแล้ว ยังมีพวงมาลัยแป้งปั้นที่ทำมาเลียนแบบมาลัยจริง วัสดุคือแป้ง กาว น้ำ สี และสารกันบูดฆ่าเชื้อรา เพื่อให้เก็บรักษาไว้ได้นาน และเป็นของที่ระลึก มักนำจำหน่ายต่างประเทศ
ประวัติของพวงมาลัย
บรรพบุรุษของไทยมีชื่อเสียงในงานด้านศิลปะการประดิษฐ์อย่างมากมายโดยเฉพาะการประดิษฐ์ตกแต่งพวงดอกไม้
ใบ้ไม้ ผลไม้ และวัสดุอื่นๆ เป็นที่ขึ้นชื่อมานานแต่โบราณกาลแล้ว ในสมัยสุโขทัย
รัชสมัยของพระมหาธรรมราชาที่ 1 มีพระสนมเอก คือ ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ หรือนางนพมาศ
ซึ่งเป็นผู้ที่มีความสามารถในงานด้านฝีมือในการประดิษฐ์ดอกไม้สดเป็นเลิศ
ในสมัยนั้นตามหลักฐานที่อ้างถึงใน
หนังสือนางนพมาศหรือตำหรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์
กล่าวถึงใน พระราชพิธีจองเปรียง เป็นพิธียกโคมขึ้นบูชาพระบรมสารีริกธาตุ พระจุฬามณีในสวรรค์ชั้นดาวดึง
และพระพุทธบาท โดยบรรดาประชาชนชายหญิงต่างตกแต่งโคมชักแขวน และลอยกันทั่วนคร
ข้าราชการและนางสนมกำนัลต่างทำโคม
ร้อยด้วยบุปผาชาติเป็นรูปลวดลายวิจิตรพิสดารเข้าประกวดกัน
(นางนพมาศ.กรมศิลปากร,//2532)
หนังสือนพมาศยังกล่าวว่าในแผ่นดินพระมหาธรรมราชาที่
1 ได้มีการแห่สนานช้างต้นม้าต้นปีละครั้ง ซึ่งตรงกับ พระราชพิธีคเชนทรัศวสนาน
ในพระราชพิธีสิบสองเดือน
บรรดาเจ้าเมืองน้อยใหญ่
เศรษฐีคหบดีเข้าเฝ้าถวายบังคมและถวายเครื่องราชบรรณาการแก่พระร่วงเจ้าพระสนมกำนัลต่างๆ
ก็ร้อยกรองดอกไม้เป็นรูปสัตว์ว่างๆ
ใส่เมี่ยงหมากถวายให้พระร่วงเจ้าพระราชทานแก่ผู้เข้าเฝ้าใส่เมี่ยงหมากถวายให้พระร่วงเจ้าพระราชทานแก่ผู้เข้าเฝ้า
ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้ทรงคิดร้อยมาลัยด้วยดอกไม้ต่างๆและใช้ใบไม้แทรกนำทำให้มีลวดลายต่างๆกันอย่างงดงามและพลิกแพลงทำรูปต่างๆกัน ในงานพระศพสมเด็จพระปิยมาวดีศรีพัชรินมาตา ซึ่งเป็นพระมารดาของพระองค์สมเด็จพระพันปีหลวง มีพระราชเสาวนีย์ให้ ท้าววรคณานันท์ (ม.ร.ว. แป้ม มาลากุล) จัดทำมาลัยไปประดับพระศพตลอดงานนี้มาลัยที่ตกแต่งเปลี่ยนสี เปลี่ยนรูป เปลี่ยนแบบเรื่อยมา(สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี.//อุทุมพร สุนทรเวช,//2540.)
การร้อยมาลัย ได้มีการวิวัฒนาการก้าวหน้ากว่าเดิมเป็นต้นมาหลายรูปแบบ จึงทำให้เห็นได้ว่า คนไทยมีความประณีตในการใช้ดอกไม้โดยนำมาประดับตกแต่งในพิธีกรรมต่างๆทั้งในด้านศาสนา พิธีกรรมเกี่ยวกับชีวิตและงานรื่นเริงซึ่งพิธีกรรมที่กล่าวมาข้างต้นล้วนแต่ใช้พวงมาลัยใน
การบูชาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา (นายอุปสมบท ศรีน่วม, สัมภาษณ์ , 2559)
พวงมาลัยในวัฒนธรรมหลวง
ในวัฒนธรรมหลวงมีการใช้พวงมาลัยในพระราชพิธีต่างๆเช่น พระราชพิธี
ฉัตรมงคล พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญนอกจากนี้ในสังคมคนชั้นสูงมีพวงมาลัยเกี่ยวข้องในวิถีชีวิต เช่น การทำบุญ คนชั้นสูงมักทำพวงมาลัยโดยการร้อยมาลัยแบบวิจิตรบรรจงเพื่อถวายพระภิกษุสงฆ์ นอกจากนี้ครอบครัวของคนชั้นสูงส่งเสริมให้สตรีมีการศึกษาเกี่ยวกับการร้อยพวงมาลัยในรูปแบบต่างๆซึ่งแสดงถึงความอ่อนโยนละเอียดลออและบ่งบอกความเป็นกุลสตรีที่ดีจนเป็นศาสตร์ของคนชั้นสูง (ส.พลายน้อย, ประเพณีเกี่ยวกับพวงมาลัย)
พวงมาลัยในวัฒนธรรมพื้นบ้าน
สามัญชนทั่วไปมีการใช้พวงมาลัยเกี่ยวข้องในวิถีชีวิตเช่นเดียวกับวัฒนธรรมหลวง อาทิ เช่น ประเพณี
สงกรานต์ประเพณีลอยกระทง ในการทำบุญของคนทั่วไปมิได้เพียงแค่เก็บดอกไม้ใส่กระทงแล้วนำมาถวายแต่ได้มีการร้อยดอกมะลิอย่างวิจิตรแต่วิจิตรน้อยกว่าวัฒนธรรมหลวง และนอกจากนี้คนทั่วไปได้มีการเชื่อว่าพวงมาลัยที่ได้ถวายแล้ว จะไม่นำไปทิ้ง เพราะเชื่อว่าจะไม่เจริญ ให้นำไปลอยน้ำหรือเผาไฟ แต่ก็มีบางคน รู้ว่าไม่ควรทิ้งขยะ ไม่ลอยน้ำ ไม่เผาไฟ แต่นำไปแขวนตามต้นไม้ ยิ่งเป็นต้นกล้วย หรือ ต้นไม้ใหญ่ๆ จากพวงมาลัยพวงเดียวเหี่ยวแล้ว จะมีอีกหลายพวง มาแขวนตาม แล้วต่อมาไม่นาน จะมีผ้าเจ็ดสีมาผูก มีศาลพระภูมิมาตั้ง เจ้าของพวงมาลัยพวงแรกที่นำมาแขวนไว้ กลับมาอีกที ต้องยกมือไหว้ต้นไม้ หรือต้นกล้วยที่ตัวเองและแขวนพวงมาลัย นั้นด้วย เพื่อความเจริญ
ทำให้เราเห็นว่าวัฒนธรรมพื้นบ้านใช้พวงมาลัยในด้านประโยชน์ใช้สอย ไม่เน้นวิจิตรบรรจง เฉกเช่น
วัฒนธรรมหลวงและยังใช้ในวิถีชีวิตประจำวันมากกว่าด้านพิธีกรรมอีกด้วย(รศ.อนงค์ พูนสุวรรณ, สัมภาษณ์, 2559)
ชนิดของพวงมาลัย
- แบ่งตามหน้าที่ใช้สอย
มาลัยชายเดียว
หมายถึง มาลัยที่มีลักษณะเป็นพวงกลม มีอุบะห้อยเป็นชายเพียงพวงเดียว ซึ่งบางคนอาจเรียกว่า “มาลัยมือ มาลัยคล้องมือ หรือมาลัยคล้องแขน” ก็ได้ ถ้าใช้ในการทูลเกล้าถวาย ก็เรียกว่า "มาลัยข้อพระกร" มาลัยชายเดียวนี้ใช้สำหลับคล้องแขนหรือบูชาพระ
มาลัยสองชาย
หมายถึง มาลัยที่นิยมผูกต่อริบบิ้นหรือโบว์ทั้งสองชาย และมีอุบะห้อยชายมาลัย ทั้งสองพวงมาลับสองชายนี้ใช้สำหรับคล้องคอบุคคลสำคัญในงานนั้น ๆ ใช้แขวนหน้ารถหรือหัวเรือก็ได้ บางคนอาจเรียกมาลัยชนิดนี้ว่า “มาลัยคล้องคอ” ถ้าใช้คล้องคอเจ้าบ่าว เจ้าสาว ก็เรียกว่า มาลัยบ่าว-สาว
มาลัยชำร่วย
หมายถึง มาลัยขนาดเล็ก น่ารัก กระจุ๋มกระจิ๋ม สำหรับมอบให้บุคคลจำนวนมาก เป็นของชำร่วย ตอบแทน การขอบคุณที่มาร่วมในงานนั้น ๆ
มาลัยตุ้ม หมายถึง มาลัยที่ร้อยให้มีลักษณะรูปทรงตามขวางเป็นรูปวงกลมขนาดเล็กแล้วค่อยๆใหญ่ขึ้นทีละน้อย ช่วงกลางปล่องโค้งมนแล้วค่อยๆลดให้เล็กลงทีละน้อยจนมีขาดเท่ากับตอนขึ้นต้น

มาลัยตัวหนอน หมายถึง มาลัยที่ร้อยให้มีลักษณะรูปทรงตามขวางเป็นวงกลมจากเล็กและค่อยๆใหญ่ขึ้นทีละน้อย ช่วงกลางป่องมน แล้วค่อยๆลดให้เล็กลงจนกระทั่งเล็กเท่ากับตอนขึ้นต้นรูปทรงตามยาวหัวท้ายเรียว ช่วงกลางป่องโค้งมนคล้ายมาลัยตุ้มแต่ยาวกว่า
มาลัยชายเดียว
หมายถึง มาลัยที่มีลักษณะเป็นพวงกลม มีอุบะห้อยเป็นชายเพียงพวงเดียว ซึ่งบางคนอาจเรียกว่า “มาลัยมือ มาลัยคล้องมือ หรือมาลัยคล้องแขน” ก็ได้ ถ้าใช้ในการทูลเกล้าถวาย ก็เรียกว่า "มาลัยข้อพระกร" มาลัยชายเดียวนี้ใช้สำหลับคล้องแขนหรือบูชาพระ
หมายถึง มาลัยที่นิยมผูกต่อริบบิ้นหรือโบว์ทั้งสองชาย และมีอุบะห้อยชายมาลัย ทั้งสองพวงมาลับสองชายนี้ใช้สำหรับคล้องคอบุคคลสำคัญในงานนั้น ๆ ใช้แขวนหน้ารถหรือหัวเรือก็ได้ บางคนอาจเรียกมาลัยชนิดนี้ว่า “มาลัยคล้องคอ” ถ้าใช้คล้องคอเจ้าบ่าว เจ้าสาว ก็เรียกว่า มาลัยบ่าว-สาว
หมายถึง มาลัยขนาดเล็ก น่ารัก กระจุ๋มกระจิ๋ม สำหรับมอบให้บุคคลจำนวนมาก เป็นของชำร่วย ตอบแทน การขอบคุณที่มาร่วมในงานนั้น ๆ
ลักษณะรูปแบบของการร้อยมาลัย
มาลัยซีก หรือเสี้ยว หมายถึง มาลัยที่ร้อยให้มีลักษณะรูปทรงตามขวางเพียงครึ่งวงกลมหรือน้อยกว่านั้น ซึ่งมีหลายขนาดด้วยกัน เช่น มาลัยซีกสามหลัก ซีกห้าหลักซีกเจ็ดหลัก และซีกเก้าหลัก มาลัยซีกที่ใหญ่ที่สุดคือมาลัยซีกสิบเอ็ดหลัก
มาลัยตัวหนอน หมายถึง มาลัยที่ร้อยให้มีลักษณะรูปทรงตามขวางเป็นวงกลมจากเล็กและค่อยๆใหญ่ขึ้นทีละน้อย ช่วงกลางป่องมน แล้วค่อยๆลดให้เล็กลงจนกระทั่งเล็กเท่ากับตอนขึ้นต้นรูปทรงตามยาวหัวท้ายเรียว ช่วงกลางป่องโค้งมนคล้ายมาลัยตุ้มแต่ยาวกว่า
มาลัยสามกษัตริย์ หมายถึง มาลัยที่ร้อยด้วยดอกบานไม่รู้โรยกรองเป็นชั้น ๆขนาดเท่ากันทุกชั้นร้อยคล้องต่อกัน 3 วง โดยใช้ดอกบานไม่รู้โรยสามสี คือสีแดง ชมพู และขาว
วัสดุและอุปกรณ์ในการร้อยมาลัย
1.เข็มมาลัย ปัจจุบันมีทั้งชนิดที่เป็นเหล็กและชนิดสเตนเลส ขนาดสั้นจะมีความยาวประมาณ6นิ้ว ขยาดยาวประมาณ13-15นิ้ว เวลาเลือกใช้ให้เหมาะสมกับงาน
2.เข็มมือ ที่นิยมใช้กันมี2ขนาด คือ ขนาดเบอร์8และเบอร์9 ใช้สำหรับเย็บดอกข่า โบ อุบะ
3.ด้าย ที่ใช้ร้อยมาลัยมี2ขนาด คือ ขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ขนาดใหญ่ที่นิยมคือเบอร์8 เบอร์20 ใช้ร้อยอุบะและเฟื่องขนาดเล็กใช้เบอร์60ใช้เย็บดอกข่า
4.เชือกกล้วย ได้จากลำต้นหรือก้านใบกล้วยตากแห้งให้แห้ง เชือกกล้วยนั้นอุ้มน้ำได้ดี ทำให้ดอกไม้มีความสดมากกว่าด้วยและวัสดุอื่นๆ ไม่บาดกลีบดอกไม้ กลีบดอกไม้จะไม่ขาดง่าย ย่อยสลายได้เพราะเป็นเส้นใยจากธรรมชาติ
5.เชือกฟาง เป็นเชือกที่นิยมมากที่สุดในการร้อยมาลัยเพื่อการค้า ใช้สะดวก หาง่าย ข้อเสียคือไม่สามารถย่อยสลายได้
6.กระดาษทราย ใช้ขัดเข็มที่ขึ้นสนิท ควรใช้กระดาษทรายเบอร์0
7.สก๊อตไบรท์ ใช้ขัดเข็มที่ขึ้นสนิมในกรณีที่ไม่มีกระดาษทราย
8.กรรไกร นิยมใช้ขนาดเล็กเพื่อตัดปลายกลีบเวลาร้อยในเข็ม ขนาดกลางเพื่อตัดกลีบใบชนิดต่างๆ ตัดใบตองและด้าย
9.น้ำมันวาสลีน ใช้ทาเข็มมาลัยทั้งก่อนและหลังร้อย เพื่อเก็บรักษาเข็มมาลัย
10.มีดเล็ก ควรเลือกลักษณะบาง คม มีด้ามจับถนัดมือ
11.กะละมัง ใช้สำหรับพักดอกไม้ ใบไม้ และล้างดอกไม้เพื่อล้างยาฆ่าแมลงออก
12.ถาด ใช้วางกลีบดอกไม้และอุปกรณ์เพื่อสะดวกในการหยิบและดูสะอาดเรียบร้อย
13.ที่ฉีดน้ำ สำหรับฉีดพรมดอกไม้ ควรเลือกชนิดที่มีที่ปรับหัวฉีดให้เป็นละอองฝอย เพื่อเวลาฉีดน้ำดอกไม้จะได้ไม่ช้ำ
14.ผ้าขาวบาง ใช้คลุมดอกไม้ ใบไม้เวลาร้อยมาลัย ก่อนใช้ต้องชุบน้ำหมาดๆ ช่วยทำให้ดอกไม้ไม่โดนลมและคงความสดได้นานขึ้น
15.คีม ใช้สำหรับจับเข๋มมาลัย เวลาจะรูดมาลัยออกจากเข็ม
16.ดอกไม้ ที่นิยมร้อยมาลัย ได้แก่ กุหลาบ พุด มะลิ กล้วยไม้ บานบุรี ผกากรอง กะเม็ง เบญจมาศน้ำ บานไม่รู้โรย ดอกรัก ดาวเรือง ฯลฯ
17.ใบไม้ ที่ใช้ในการร้อยมาลัยได้แก่ ใบแก้ว ใบมะขาม ใบกระบือ ใบหมากผู้หมากเมีย ใบโกสน ฯลฯ
18.ใบตอง ใช้สำหรับทำแป้นร้อยมาลัยและใช้วางในถาด ก่อนจะวางกลีบดอกไม้ร้อยมาลัย
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น